การปรับปรุงพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551
ร่าง พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ……
(ค.ร.ม. รับร่าง 26 มิถุนายน 2550)
(ผ่าน สนช. 28 พฤศจิกายน 2550)
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงลงพระปรมาภิไธยพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 และประกาศในราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 25 มกราคม 2551คาดว่าจะใช้ระยะเวลาในการปรับเปลี่ยนเพื่อเข้าสู่ระบบใหม่ประมาณ 1 ปี
เหตุผลในการปรับปรุง
- กำหนดบทบาทคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน และสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ให้เหมาะสมสอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
- ปรับเปลี่ยนพ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 ให้เหมาะสมกับการบริหารราชการ พ.ร.บ.ฯ บังคับใช้มานาน บทบัญญัติบางประการไม่สอดคล้องกับแนวทางการบริหารราชการแนวใหม่
- กำหนดภารกิจของ คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนและ และ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ให้เหมาะสมและให้การบริหารทรัพยากรบุคคลในภาคราชการสอดคล้องกับแนวทางการบริหารราชการแนวใหม่อย่างแท้จริง
หลักการพื้นฐาน 3 ประการที่ใช้ในการปรับปรุง พ.ร.บ.
u เพื่อตอบสนองต่อยุทธศาสตร์ขององค์กรด้วยการมีข้าราชการที่มีคุณภาพ และเป็นครั้งแรกที่ระบุไว้ในกฎหมายชัดเจนว่าระบบข้าราชการมีไว้เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจภาครัฐ ความมีประสิทธิภาพ และความคุ้มค่า มีคุณภาพ คุณธรรม และมีคุณภาพชีวิตที่ดี (มาตรา 34)
v แสดงเจตนารมณ์ของการบริหารโดยระบบคุณธรรม ซึ่งระบุว่าราชการต้องปฏิบัติต่อข้าราชการด้วยระบบบริหารทรัพยากรบุคคลที่มีความเสมอภาค เป็นธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ และไม่เลือกปฏิบัติ ปราศจากอคติ และมีความเป็นกลางทางการเมือง (มาตรา 42)
w กำหนดให้จรรยาข้าราชการเป็นหลักปฏิบัติสำหรับข้าราชการพลเรือนสามัญในการปฏิบัติงาน (มาตรา 76) โดยกำหนดค่านิยมสร้างสรรค์ เพื่อชี้นำการปฏิบัติราชการของข้าราชการ ให้ยึดถือและปฏิบัติตาม ประกอบด้วย
- l การยึดมั่นและยืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้อง
- l ความซื่อสัตย์สุจริตและความรับผิดชอบ
- l การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใสและสามารถ ตรวจสอบได้
- l การปฏิบัติหน้าที่โดยไม่เลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม
- l การมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน
เนื้อหาสาระหลักในการปรับปรุง พ.ร.บ. ประกอบด้วย 2 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ กลไกระบบบริหารทรัพยากรบุคคล (ลักษณะ ๑) และกลไกระบบพิทักษ์คุณธรรม (ลักษณะ ๒) โดยมีสาระสำคัญดังนี้
* เพิ่มประเภทข้าราชการพลเรือนวิสามัญ
* ปรับปรุงระบบตำแหน่งและประเภทตำแหน่งของข้าราชการ
พลเรือนสามัญให้เหมาะสมกับลักษณะงานเพื่อจ่าย
ค่าตอบแทนที่เป็นธรรม (ลักษณะ ๓ หมวด ๒)
มาตรา ๑๐๖ ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดเมื่ออายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ในสิ้นปีงบประมาณ และทางราชการมีความจำเป็นที่จะให้รับราชการต่อไปเพื่อปฏิบัติหน้าที่ในทางวิชาการหรือหน้าที่ที่ต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัว ในตำแหน่งตามมาตรา ๔๕(๓) (ง) หรือ (จ) หรือ (๔) (ค) หรือ (ง) จะให้รับราชการต่อไปอีกไม่เกินสิบปีก็ได้ตามที่กำหนดในกฎ ก.พ.
- กระจายอำนาจการบริหารทรัพยากรบุคคลให้ส่วนราชการเจ้าสังกัดดำเนินการมากขึ้น (มาตรา ๔๖)
- ปรับปรุงระบบวินัย อุทธรณ์ และร้องทุกข์ให้มีความเข้มแข็ง (หมวด ๖)
- มีการจัดตั้งคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) (มาตรา ๒๔)
คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (Merit Systems Protection Board)
- Merit Systems Protection Board (MSPB) ทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์ระบบคุณธรรม โดยมีบทบาทเป็นเสมือนตุลาการ
- ปรัชญา รัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐมีพันธะผูกพันซึ่งกันและกัน
- เจ้าหน้าที่ของรัฐมีหน้าที่ต้องปฏิบัติงานและให้บริการ ประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ ซื่อสัตย์ และสุภาพอ่อนโยน
- รัฐ มีหน้าที่ต้องรักษาประโยชน์สาธารณะ และในฐานะนายจ้าง มีหน้าที่เป็นนายจ้างที่ดี เป็นเยี่ยงอย่างสำหรับการจ้างงานภาคเอกชน เพื่อความปรองดองสมานฉันท์และความสงบสุขของสังคม จึงต้องรักษาสมดุลระหว่างประโยชน์สาธารณะกับสิทธิประโยชน์ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ คณะกรรมการนี้จึงจัดตั้งขึ้น
- พันธกิจ
- l ปลอดจากการกลั่นแกล้งจากการเมือง
- l ปลอดจากการกลั่นแกล้งโดยข้าราชการประจำ
- l ปลอดจากพฤติกรรมที่มิชอบ
- อำนาจหน้าที่
- l รับฟังและวินิจฉัยคำร้องของ เจ้าหน้าที่ของรัฐ เกี่ยวกับ การบริหารทรัพยากรบุคคลของหน่วยงานของรัฐ
- l วินิจฉัยคดีที่อัยการพิเศษ (ผู้พิทักษ์ระบบคุณธรรม)เป็นผู้ฟ้อง
- l ทบทวนกฎระเบียบ
- l ศึกษาและทำรายงานเสนอ นายกรัฐมนตรี และรัฐสภา ลักษณะของรายงานจะเป็น “ปรอทวัดอุณหภูมิของระบบคุณธรรม”
- ลักษณะองค์กร เป็นองค์กรอิสระกึ่งตุลาการ (เป็นอิสระจากฝ่ายบริหาร)
การสร้างกลไกระบบบริหารทรัพยากรบุคคล
ในภาคราชการไทย 7 ด้าน
u ระบบการกำหนดตำแหน่ง
v วิธีการกำหนดตำแหน่ง
w โครงสร้างชั้นงานและประเภทตำแหน่งใหม่
x การบริหารโดยยึดหลักความรู้ความสามารถ
y ระบบค่าตอบแทน
z การบรรจุแต่งตั้ง
{ การเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างแรงจูงใจ
u ประเภทข้าราชการ กำหนดเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ข้าราชการพลเรือนสามัญ ข้าราชการพลเรือนวิสามัญ (เดิมไม่มีบัญญัติไว้) และข้าราชการพลเรือนในพระองค์
(ข้าราชการพลเรือนสามัญ ข้าราชการพลเรือนในพระองค์)
u ระบบการกำหนดตำแหน่ง จัดประเภทตำแหน่งให้สอดคล้องกับลักษณะงานในปัจจุบัน โดยยกเลิก C (Common Level) จากเดิม กำหนดไว้ 11 ระดับ จะกำหนดเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ตำแหน่งประเภททั่วไป ตำแหน่งประเภทวิชาการ ตำแหน่งประเภทอำนวยการ ตำแหน่งประเภทบริหาร (มาตรา ๔๔,๔๕)
คำอธิบายประเภทและระดับตำแหน่งที่ปรับปรุงใหม่ ..
.
ตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการและรองหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง ทบวง กรม และตำแหน่งอื่นที่ ก.พ. กำหนดเป็นตำแหน่งประเภทบริหาร จำแนกระดับตามลำดับความสำคัญของตำแหน่งเป็น 2 ระดับ
- ระดับสูง ได้แก่ ตำแหน่งปลัดกระทรวง รองปลัดกระทรวง อธิบดีหรือเทียบเท่า
- ระดับต้น ได้แก่ ตำแหน่งรองอธิบดีหรือเทียบเท่า
ประเภทอำนวยการ
ตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการที่ต่ำกว่าระดับกรม และตำแหน่งอื่นที่ ก.พ. กำหนด จำแนกระดับตำแหน่งตามความรับผิดชอบเป็น 2 ระดับ
- ระดับสูง เทียบเท่าตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนัก (ระดับ 9 บส.)
- ระดับต้น เทียบเท่าตำแหน่ง ผู้อำนวยการกอง (ระดับ 8 บก.)
ประเภทวิชาการ
ตำแหน่งที่จำเป็นต้องใช้ผู้สำเร็จปริญญาทางวิชาการตามที่ ก.พ. กำหนดปฏิบัติงานในหน้าที่ ของตำแหน่งนั้น มี 5 ระดับ
- ระดับทรงคุณวุฒิ เทียบเท่าตำแหน่ง ระดับ 10-11
- ระดับเชี่ยวชาญ เทียบเท่าตำแหน่ง ระดับ 9
- ระดับชำนาญการพิเศษ เทียบเท่าตำแหน่ง ระดับ 8
- ระดับชำนาญการ เทียบเท่าตำแหน่ง ระดับ 6-7
- ระดับปฏิบัติการ เทียบเท่าตำแหน่ง ระดับ 3-5
ประเภททั่วไป
ตำแหน่งที่ไม่ใช่ตำแหน่งประเภทอำนวยการ ประเภทบริหาร ประเภทวิชาการ ทั้งนี้ตามที่ ก.พ. กำหนด
- ระดับทักษะพิเศษ เทียบเท่าตำแหน่ง ระดับ 9 ขึ้นไป
- ระดับอาวุโส เทียบเท่าตำแหน่ง ระดับ 7 - 8
- ระดับชำนาญงาน เทียบเท่าตำแหน่ง ระดับ 5-6
- ระดับปฏิบัติงาน เทียบเท่าตำแหน่ง ระดับ 1-4
z การบรรจุแต่งตั้ง มุ่งเน้นให้มีการสรรหาแบบเปิดกว้างได้ สามารถบรรจุแต่งตั้งข้าราชการได้ทั้งจากภายในและภายนอกส่วนราชการ ตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการ ชำนาญการพิเศษ เชี่ยวชาญ หรือทรงคุณวุฒิ ตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับทักษะพิเศษ (มาตรา ๕๕)
